เรียนรู้การเงิน

ลงทุนแบบไหนให้คุ้มค่า ได้ประโยชน์สองต่อ ทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี และเครดิตเงินคืน

อัพเดทวันที่ 23 ธ.ค. 2564

       เผลอแป๊บ ๆ ก็เข้าสู่เทศกาลที่จะต้องเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประกันหรือกองทุน เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับใครที่ยังไม่เคยเข้าสู่วงการนี้ ก่อนอื่นลองมาฟังดูว่า ประโยชน์ของการลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง และทำไมกรมสรรพากรจึงให้สิทธิ์นี้กับผู้มีเงินได้ทุกคน

ยินดีต้อนรับเข้าสู่วงการลดหย่อนภาษีเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี เหตุผลดี ๆ ที่ไม่ควรพลาดการลดหย่อนภาษี หมายถึง รายการต่าง ๆ ที่กฎหมายได้กำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้นหลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นลดภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีก่อนนำเงินได้ที่เหลือซึ่งเรียกว่าเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

1. เห็นผลทันตา เพราะมีเงินเก็บเพิ่มมากขึ้นทันที แทนที่จะต้องแบกรับภาษีทั้งหมดตามฐานเงินได้ หรือแบ่งเงินได้ไปจ่ายภาษีแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่กรมสรรพากรเปิดโอกาสให้เรานำค่าใช้จ่าย  เช่น ค่าผ่อนบ้าน/คอนโด ค่าอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่ ค่าประกันสุขภาพของพ่อแม่ รวมถึงของเราเอง เป็นต้น ตลอดจนกองทุนต่าง ๆ ที่เราซื้อเพื่อการลงทุนอยู่แล้ว เช่น  กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซึ่งนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ เพราะฉะนั้น เมื่อไม่ต้องนำรายได้ที่มี ไปจ่ายภาษีแบบไม่ได้ลดหย่อนใด ๆ ก็ย่อมให้เราประหยัดเงิน และมีเงินเก็บเพิ่มมากขึ้นทันทีโดยปริยาย

2. ได้แสดงความมีน้ำใจต่อสังคมและผู้ด้อยโอกาสเป็นประจำทุกปี ผ่านการบริจาค โดยมีการลดหย่อนภาษีเป็นแรงจูงใจ ทำให้เราได้ทั้งกุศลเพราะมูลนิธิต่าง ๆ จะนำเงินบริจาคไปช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้น ๆ และเรายังได้ใช้สิทธิจากการบริจาคเงินมาลดหย่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นด้วย

3. ทำให้เรารู้จักการวางแผนล่วงหน้า และสร้างระเบียบวินัยทางการเงิน เนื่องจากรายการที่กรมสรรพากรกำหนดมาให้ใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้นั้นมีจำนวนมาก ทั้งที่เกี่ยวข้องกับส่วนตัว คู่สมรส และบิดามารดาโดยตรง  การใช้สิทธิจากกลุ่มประกันและการลงทุน  และกลุ่มค่าลดหย่อนตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ซึ่งแต่ละรายการมีรายละเอียดในการลดหย่อนภาษีที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาและวางแผนล่วงหน้า ว่าจะเลือกใช้รายการใดบ้างจึงจะคุ้มค่า และเกิดประโยชน์กับตัวเองมากที่สุด เมื่อมีการวางแผนเป็นประจำทุกปี ก็จะกลายเป็นเรื่องคุ้นชินที่ต้องทำ และถือเป็นการส่งเสริมระเบียบวินัยทางการเงินไปในตัว

เมื่อทราบข้อดีและประโยชน์ของการลดหย่อนภาษีแล้ว ขั้นต่อไป เราขอนำเสนอทางเลือกที่จะช่วยให้คุณลงทุนแบบคุ้มค่า ได้ประโยชน์สองต่อทั้งการลดหย่อนภาษี และเครดิตเงินคืน จากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจของกรุงไทยมาฝากกัน

ลดหย่อนภาษีสุดคุ้ม กับดีลแรงในจักรวาล

  1. รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 60,000 บาท
    ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต กลุ่มที่ 2 ได้แก่ iShield, Life Protect 18, Perfect Life Solutions, iHealthy, Flexi Health, Life Retire มอบสิทธิประโยชน์เบี้ยประกันภัยปีแรก (First Year Premium หรือ FYP) ของผู้ทำประกัน จำนวน 3 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 60,000 บาท และถ้าซื้อ FYP 150,000 – 299,999 บาท ในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตกลุ่มที่ 6: Life Ensure 10 จะได้รับเครดิตเงินคืน 2,000 บาท
    หมายเหตุ :
    • ธนาคารเป็นเพียงนายหน้าประกันชีวิตผู้ชี้ช่องให้ทำประกันชีวิตเท่านั้น  
    • รับประกันชีวิตโดย บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต
    • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง 
    • ผลประโยชน์ ความคุ้มครองและข้อยกเว้น เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในกรมธรรม์
    • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา
  2. คุ้มครองการแพ้วัคซีน 1 ปี
    ผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย หากซื้อประกันกรุงไทย สุขภาพสุขใจ /กรุงไทยสุขภาพ สุขใจพลัส ของทิพยประกันภัย ด้วยเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป รับฟรี ประกันภัยโควิด-19 แผนความคุ้มครองแพ้วัคซีน ทุนประกันภัย 1,000,000 บาท ภายใต้ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี
    หมายเหตุ :
    • ธนาคารเป็นเพียงนายหน้าประกันวินาศภัย ผู้ชี้ช่องให้ทำประกันวินาศภัยเท่านั้น
    • รับประกันวินาศภัยโดย บมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย หรือ บมจ.ทิพยประกันภัย 
    • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
  3. กองทุนรวมที่ดูแลโดยตัวจริงในวงการ
    ผลิตภัณฑ์กองทุนรวม KTAM เปิดให้ลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีในกองทุน KTAM SSF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF โดยต้องมียอดลงทุนสุทธิในทุก ๆ 50,000 บาท (ในระหว่างวันที่ 4 ม.ค.- 30 ธ.ค. 2564) ก็จะได้รับเงินคืน 100 บาท เข้ากองทุนตราสารหนี้ KTSTPLUS (ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน)
  4. จ่ายผ่านบัตรเดรดิต KTC เลือกรับสิทธิประโยชน์หลากหลาย
    ผลิตภัณฑ์บัตร KTC รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% เมื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิต KTAXA (กรุงไทย-แอกซ่า) ทั้งเบี้ยประกันชีวิตปีแรกและปีต่ออายุ ผ่านบัตรเครดิต KTC หรือรับสิทธิผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน เมื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิต KTAXA (เฉพาะเบี้ยปีแรก) ตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิป หรือใช้คะแนนแลกรับสิทธิ์ผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันชีวิต 0% นานสูงสุด 10 เดือน แถมยังใช้ KTC FOREVER ทุก ๆ 1,000 คะแนน เพื่อเปลี่ยนเป็นหน่วยลงทุนมูลค่า 100 บาท ได้อีกด้วย

สนใจสามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขดีลเด็ดต่างๆ ของ Krungthai Investment Festival เพิ่มเติมได้ที่นี่

เงื่อนไข : รับประกันชีวิตโดย บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต รับประกันวินาศภัยโดย บมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย หรือ บมจ.ทิพยประกันภัย  ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

*เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่ธนาคารและบริษัทฯ กำหนด ** ระยะโครงการเป็นไปตามที่กำหนดในแต่ละผลิตภัณฑ์