รายงานความยั่งยืน

สารจากประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่

       ธนาคารกรุงไทย ทีมีความมุ่งมั่นให้บริการประชาชนทั่วทั้งประเทศให้เข้าถึงบริการทางการเงิน โดยจากสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย สภาพแวดล้อมทางการแข่งขันที่รุนแรง ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ธนาคารกรุงไทยจึงต้องปรับตัว เปลี่ยนแนวทางการดำเนินธุรกิจ ไปสู่การดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ เพื่อให้ความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยความแข็งแกร่งของดิจิทัลแพลทฟอร์ม ธนาคารสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางเงินในยุดดิจิทัล และเป็นธนาคารเดียวที่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลเป็นผู้บริหารจัดการเงินสด เพื่อให้เข้าถึงธุรกิจ และประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่เป็นดิจิทัลแพลทฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ผู้ใช้บริการมากกว่า 30 ล้านคน 

       ในปี 2563 ธนาคารกรุงไทยจึงได้กำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ภายใต้แผน “ยุทธศาสตร์คู่ขนาน” หรือ “2 Banking Model” โดยมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจ 2 รูปแบบไปพร้อมกัน คือ ขับเคลื่อนธุรกิจแบบดั้งเดิม เปรียบเสมือนเรือบรรทุกเครื่องบิน (Carrier) และขับเคลื่อนธุรกิจแบบใหม่ เปรียบเสมือนเรือเร็ว (Speed Boat) เพื่อให้มีการจัดสรรทรัพยากรและรูปแบบการทำงานแบบใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

       ในการดำเนินงานท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ธนาคารกรุงไทยได้มีส่วนร่วมในการผลักดันโครงการต่างๆ ของภาครัฐ เป็นกลไกสำคัญในการส่งต่อมาตรการเยียวยาและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐไปถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึง โปร่งใส และเป็นธรรม อีกทั้งยังได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้  ในการดำเนินงานธนาคารยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่สังคม ไปพร้อมกับการเติบโตอย่างยั่งยืน  

ด้านสิ่งแวดล้อม

       จากการดำเนินงานในปี 2563 ธนาคารให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม ในส่วนของการดำเนินงานภายในองค์กร ธนาคารสานต่อโครงการกรุงไทยรักสิ่งแวดล้อมที่ได้ติดตั้งเครื่องแปรรูปเศษอาหารเป็นดิน โดยสามารถลดปริมาณขยะได้ 3,690 กิโลกรัม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 9,335.7 KG.CO2e รวมถึงได้นำเทคโนโลยีเข้ามา Digitize ระบบการทำงานเพื่อลดการใช้กระดาษ ทั้งการนำเทคโนโลยี E-Slip & E-Signature มาใช้ในการทำธุรกรรมใน 235 สาขา ระบบยืนยันตัวตนโดยการเสียบบัตรประชาชน (Dip Chip) เพื่อความสะดวกในการให้บริการ รวมถึงได้มีการเปลี่ยนหลอด LED และเครื่องปรับอากาศ เบอร์ 5 เพื่อประหยัดพลังงานใน 121 สาขา นอกจากนี้ ธนาคารยังมีส่วนร่วมสร้าง Environmental Impact ด้วยการอำนวยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท เช่น ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (พลังงานแสงอาทิตย์ ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ) และธุรกิจผลิตสินค้าในรูปแบบ Upcycle & Recycle 

ด้านสังคม 

       ในรอบปีที่ผ่านมาธนาคารกรุงไทยได้มีส่วนร่วมดำเนินโครงการต่างๆ ซึ่งช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงทั้งในด้านการออม การเข้าถึงมาตรการความช่วยเหลือ และสวัสดิการของภาครัฐ ด้วยนโยบายที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” มีส่วนช่วยให้มาตรการดังกล่าวเข้าถึงประชาชนอย่างโปร่งใส และตรวจสอบได้ ผ่านโครงการต่างๆ เช่น  “เราไม่ทิ้งกัน” เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างทั่วถึง โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โครงการ “คนละครึ่ง” เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศ รวมถึง ธนาคารได้พัฒนา Krungthai Digital Health Platform ด้วยการร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ขึ้นทะเบียนบัตรทอง และประชาชนที่ได้รับสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้เข้าถึงบริการด้านสุขภาพผ่าน Health Wallet บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง และได้ร่วมมือกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นวอลเล็ต สบม. (วอลเล็ตสะสมบอนด์มั่งคั่ง) บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งเป็นการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย นอกจากนี้ ธนาคารได้นำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ เพื่อช่วยให้รัฐบาลสามารถเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากนักท่องเที่ยวได้ด้วยความสะดวก และรวดเร็ว เป็นครั้งแรกของประเทศ ผ่านแอปพลิเคชัน VRT 

       สำหรับโครงการกรุงไทยรักชุมชน ธนาคารได้พัฒนาศักยภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ โดยเข้าไปช่วยพัฒนา Packaging สบู่สครับ สมุนไพรขลู่ และปรับปรุงศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ฟาร์มหอยนางรม และธนาคารปู ที่ชุมชนบ้านโคกไคร จังหวัดพังงา พัฒนาการตัดเย็บผ้าไหมเพื่อทำเสื้อผ้า กระเป๋า และ พวงกุญแจ ที่ชุมชนบ้านสนวนนอก จังหวัดบุรีรัมย์ พัฒนา Packaging ยาสมุนไพร และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ที่ชุมชนท่ามะโอ จังหวัดลำปาง  ร่วมวิจัยถ่านเผาไหม้ และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้กับชุมชนบ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และร่วมทำแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายสำหรับ ชุมชนบ้านเดื่อ จังหวัดหนองคาย จัดทำฉลากสินค้า และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นชุมชนบ้านแหลม จังหวัดสุพรรณบุรี โดยชุมชนทั้งหมดได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ประจำปี 2563 CBT Thailand จากกรมการท่องเที่ยวชุมชน และอยู่ระหว่างพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ชุมชนบ้านสวนทุเรียน จังหวัดสงขลา ชุมชนตะเคียนเตี้ย จังหวัดชลบุรี และชุมชนนางแล จังหวัดเชียงราย และมีแผนต่อยอดไปชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศในปี 2564 นอกจากนี้ ธนาคารได้ร่วมมือกับ United Nations Development Programme ประเทศไทย หรือ UNDP และมูลนิธิรักษ์ไทย ดำเนินโครงการ Koh Tao, Better Together ด้วยการร่วมระดมทุนตามแนวทางของโครงการ BIOFIN หรือ The Biodiversity Finance Initiative ผ่านกรุงไทย E-Donation "มูลนิธิรักษ์ไทย UNDP กรุงไทยรักเกาะเต่า"
เพื่อสร้างอาชีพ ช่วยเหลือคนในชุมชนเกาะเต่าที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 โดยจ้างชาวเรือให้ทำความสะอาดชายหาด ปลูกจิตสำนึกให้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดความรัก ความเข้าใจธรรมชาติของถิ่นที่อยู่ในชุมชน สร้างความสมดุลในการอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

       ด้านยุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลในปี 2563 ธนาคารได้ดำเนินการใน 6 ด้าน ได้แก่ Workforce Rationalization ทบทวนแผนบริหารจัดการอัตรากำลังให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ Employee Development ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ทักษะของพนักงาน (Upskill & Reskill) ให้สามารถขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ธนาคารได้ Talent Management ธนาคารให้ความสำคัญกับการดึงดูด บริหารจัดการ และรักษาบุคลากรกลุ่ม Talent โดยการจัดทำโครงการพิเศษเพื่อสรรหาบุคลากรภายนอกที่มีศักยภาพ  Performance Driven Organization (PDO) สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นผลการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ เพื่อยกระดับPerformance ของธนาคาร และการให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่พนักงาน กรุงไทยคุณธรรม ส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ทนต่อการทุจริต (Zero Tolerance) และ One Krungthai สำหรับบริษัทย่อย ส่งเสริมให้บริษัทในเครือที่ธนาคารถือหุ้น 100% มีทิศทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับทิศทางของธนาคาร 

ด้านธรรมาภิบาล 

       ธนาคารยังคงมุ่งขับเคลื่อนเพื่อเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ผ่านการดำเนินโครงการ “กรุงไทยคุณธรรม” ภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 ป. ได้แก่ ปลูกจิตสำนึก ป้องกัน และปรับเปลี่ยน เพื่อพัฒนากระบวนการด้านบรรษัทภิบาล และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของธนาคารผ่านกระบวนการระเบิดจากข้างใน โดยจัดกิจกรรม QA 1 หน่วยงาน 1 แผนงานความยั่งยืน ให้ผู้บริหารและพนักงานมีส่วนร่วมในการระดมความคิด และเลือกแผนงานที่โดดเด่นที่จะยกระดับสู่แผนงานระดับองค์กร เข้าสู่กระบวนการ Corporate Hackaton และได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการสินเชื่อเพื่อเพิ่ม Productivity & Efficiency ผ่านการทำ Design Thinking Workshop ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยน Mindset ของพนักงาน และแนวทางการปรับปรุงกระบวนการสินเชื่อในอุตสาหกรรมต่างๆ อีกทั้งได้กำหนด Core Value ของธนาคาร โดยได้ระบุพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เพื่อนำไปสู่การสร้างคุณธรรมอัตลักษณ์ขององค์กร ที่มีทั้งหมด 5 ลักษณะ ได้แก่ “สร้างสรรค์” “สำเร็จ” “สัตย์ซื่อ” “สามัคคี” และ “สังคม” เพื่อเป็นหลักการดำเนินงานต่อไป นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ตั้งกลุ่มป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน เพื่อป้องกันการทุจริตและอาชญากรรมทางการเงิน

       จากการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา ภายใต้วิสัยทัศน์ “กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน” ที่มุ่งสร้างการเติบโตไปพร้อมกับทุกภาคส่วน ด้วยหลักธรรมาภิบาล และการสร้างคุณค่าร่วมต่อสังคม (Creating Shared Value: CSV) ส่งผลให้ธนาคารได้รับรางวัลต่างๆ เช่น Bank of the Year 2020 in Thailand  จากนิตยสาร The  Banker  รางวัล The Asian Banker Leadership Achievement Award for The Best Managed Bank during COVID-19 in Thailand และ รางวัล The Asian Banker Leadership Achievement Award for The Best CEO Response to COVID-19 in Thailand จาก The Asian Banker รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2563 ประเภทรางวัลคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจดีเด่น รางวัลการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น และรางวัลความสามารถในการจัดการวิกฤตโควิด-19 ดีเด่น จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ธนาคารได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2563 ระดับดีเลิศ จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และได้รับการจัดอันดับจาก Fitch Rating ในระดับของ National Credit Ratings (Long Term) อยู่ที่  AA+ และ Thailand Sustainability Investment 2020 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงาน การเป็นเสาหลักของระบบเศรษฐกิจไทย และการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา Digital Economy ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน