สารจากประธานกรรมการ
และกรรมการผู้จัดการใหญ่

สารจากประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่

สารจากประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่
สารจากประธานกรรมการธนาคาร
ธนาคารกรุงไทยในฐานะที่เป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจ
จึงมีส่วนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ ทั้งของภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย

       ปี 2563 นับเป็นปีที่เศรษฐกิจของประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัจจัยแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการต่าง ๆ ทั้งมาตรการด้านการสาธารณสุข มาตรการเยียวยาและชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เช่นเดียวกับภาคการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสถาบันการเงินออกมาตรการช่วยเหลือและเสริมสภาพคล่องให้กับลูกหนี้ในกลุ่มต่าง ๆ ด้วย

       ธนาคารกรุงไทยในฐานะที่เป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจ จึงมีส่วนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าว ทั้งของภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย อาทิ การออกมาตรการสินเชื่อเพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง และโดยเฉพาะการสร้างแพลตฟอร์มสําหรับโครงการและมาตรการของรัฐบาล อาทิ โครงการ “ชิมช้อปใช้” “เราไม่ทิ้งกัน" “เราเที่ยวด้วยกัน” และ “คนละครึ่ง" นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวกรุงไทยที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันแสดงบทบาทในการเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักที่ช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมให้ดีขึ้น

       นอกจากนี้ ธนาคารยังยึดมั่นการดำเนินงานตามกรอบ “กรุงไทยคุณธรรม” โดยปลูกฝังและส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานมีความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ พร้อมทั้งเปิดรับการพัฒนาความรู้ และทักษะใหม่ที่สามารถรองรับการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ (The Great Reset) ซึ่งจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของเศรษฐกิจและแนวทางปฏิบัติของธุรกิจในระยะข้างหน้าที่มุ่งเน้นการดำเนินงานภายใต้การคำนึงถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาลมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้ธนาคารกรุงไทยสามารถก้าวผ่านเข้าสู่ยุค Digital Economy ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นธนาคารพาณิชย์ชั้นนําของประเทศที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างครบถ้วน ทั้งการดูแลและพัฒนาศักยภาพของบุคลากร การให้บริการและคำแนะนำที่มีคุณค่าแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง การร่วมพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น สมดังวิสัยทัศน์ของธนาคาร คือ “กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน”

       ในนามของคณะกรรมการธนาคาร ผู้บริหาร พนักงาน และบริษัทในเครือ ผมขอขอบพระคุณท่านผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ  รวมถึงลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ได้มอบให้กับธนาคารกรุงไทยเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะยังให้การสนับสนุนธนาคารอย่างต่อเนื่องและตลอดไป


นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ
ประธานกรรมการ


สารจากกรรมการผู้จัดการใหญ่
การที่ธนาคารได้เร่งดำเนินการตามแผนบูรณาการ
ระหว่างการพัฒนาระบบดิจิทัล พร้อมๆ กับการปรับโครงสร้างพื้นฐานภายในให้แข็งแกร่ง ได้มีส่วนช่วยรองรับผลกระทบจาก Perfect Storm ได้ระดับหนึ่ง

       ในปี 2563 ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งความท้าทายเดิมจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย อาทิ หนี้ครัวเรือนในระดับสูง และการเข้าสู่สังคมสูงอายุ อีกทั้งความท้าทายใหม่ โดยเฉพาะ Digital Disruption และการแพร่ระบาดของ COVID-19 เศรษฐกิจไทยจึงอยู่ภายใต้พายุใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ที่เราไม่เคยพบเจอกันมาก่อน หรือ Perfect Storm ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและผลกระทบที่รุนแรงให้กับทุกภาคส่วน รวมถึงการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์

       ธนาคารกรุงไทยจึงเร่งดำเนินการออกมาตรการ ทั้งในส่วนที่ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และที่ธนาคารดำเนินการเอง เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดกับลูกค้า ที่สำคัญธนาคารได้เร่งดำเนินการตามแผนบูรณาการระหว่างการพัฒนาระบบดิจิทัล พร้อม ๆ กับการปรับโครงสร้างพื้นฐานภายในให้แข็งแกร่ง ที่ได้ทำมาตลอด 3 – 4 ปีที่ผ่านมา ได้มีส่วนช่วยรองรับผลกระทบดังกล่าวได้ระดับหนึ่ง เช่น การสร้างความสมดุลของคุณภาพสินเชื่อกับความเสี่ยงและผลตอบแทน หรือ Rebalancing Portfolio การตั้งสำรองหนี้ต่อหนี้สงสัยจะสูญ (coverage ratio) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน นอกจากนี้ ธนาคารยังได้เดินหน้ายุทธศาสตร์คู่ขนาน หรือ 2 Banking Models ที่มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจ 2 รูปแบบไปพร้อม ๆ กัน คือ เรือบรรทุกเครื่องบิน (Carrier) มุ่งเน้นขับเคลื่อนธุรกิจหลักของธนาคาร และเรือเร็ว (Speedboat) ที่มุ่งเน้นการสร้างโมเดลทางธุรกิจใหม่ รวมถึงการสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในลักษณะระบบเปิด (Open Banking) เพื่อให้สอดรับกับบริบทของการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม

       การบูรณาการที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การตอบโจทย์ภารกิจของภาครัฐคู่ขนานกับภารกิจการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารได้สนับสนุนภาครัฐในการผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 ผ่านการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มให้ประชาชนทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน และโดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 นับเป็นความภาคภูมิใจของธนาคารที่ได้ร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มและทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สิทธิ์ในโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” ซึ่งโครงการนี้สามารถให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนคนไทยที่ได้รับผลกระทบได้มากถึง 15.3 ล้านคน โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่ช่วยให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจผ่านโครงการฯ แล้วไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท โครงการ “คนละครึ่ง”ที่นอกจากจะมีส่วนช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานรากแล้ว ยังช่วยสร้างการเรียนรู้ให้กับประชาชนในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี (Digital Literacy) ผ่านการใช้แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และ “ถุงเงิน” ของธนาคาร ทั้งนี้ จากการสนับสนุนโครงการภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธนาคารมีฐานลูกค้าและประชาชนมากกว่า 40 ล้านราย   

       นอกจากนี้ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการทางการเงินดิจิทัล ที่สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT เวอร์ชันใหม่ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกและมีฟีเจอร์ที่สามารถรองรับกิจกรรมการเงินในอนาคต มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นระบบเปิด สามารถรองรับบริการยุคดิจิทัล อาทิ การบริการด้านสุขภาพผ่าน Health Wallet และการซื้อขายพันธบัตรแบบดิจิทัลเป็นครั้งแรกของประเทศไทยผ่าน Wallet สบม. มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่ใช้รับเงินชำระค่าสินค้าที่สะดวก สามารถทดแทนเครื่อง EDC แบบดั้งเดิม มีการคิดค้นวิธีการการชำระเงินโดยใช้บัตรประชาชนและนำมาใช้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ทั้งนี้ จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ทำให้ในปี 2563 ได้ผลประจักษ์และเป็นที่ยอมรับจากหลายภาคส่วน และธนาคารได้รับรางวัลทั้งในระดับโลกและระดับประเทศเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ 

       สำหรับในปี 2564 ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 2 Banking Models ภายใต้แผน 5 ยุทธการฝ่าวิกฤติ (5 Execution Pillars) เพื่อรับมือกับผลพวงของ Perfect Storm ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการดำเนินชีวิตแบบ New Normal คือ

  1. ดูแลธุรกิจหลักเดิมของธนาคาร (เรือบรรทุกเครื่องบิน) ให้มีเสถียรรภาพ เติบโตอย่างระมัดระวังและยั่งยืน โดยเน้นการดูแลคุณภาพสินเชื่ออย่างใกล้ชิด ช่วยประคับประคองลูกค้าบุคคลและลูกค้าผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัว และก้าวผ่านช่วงที่ยากลำบากนี้ไปได้มากที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงของลูกหนี้ด้อยคุณภาพ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงในทุกมิติ พร้อมบริหารจัดการหนี้เสีย รวมทั้งต่อยอดจากลูกค้ากลุ่มเดิม โดยหาโอกาสในการ Cross Sell 
  2. การคิดริเริ่ม หาพันธมิตร เพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ สร้างแหล่งรายได้ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ยุค Next Normal ซึ่งในปีที่ผ่านมา ธนาคารได้จัดตั้งบริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย จำกัด เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ ผ่านแนวคิด Open Ecosystem 
  3. ปรับกระบวนการทำงานให้เป็นรูปแบบ Digitization ลดการใช้จนถึงไร้กระดาษ (Paperless) โดยนำระบบ RPA หรือ Robotic Process Automation และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาใช้ในการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนในการให้บริการ
  4. การต่อยอดธุรกิจจากคู่ค้าของลูกค้าธนาคาร (X2G2X) ที่ยึดภาครัฐเป็นศูนย์กลาง และต่อเชื่อมด้วยคู่ค้าธุรกิจและลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใน 5 Ecosystems
  5. ดำเนินธุรกิจอยู่บนความโปร่งใสและความยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ “กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน” โดยยึดมั่นในหลักบรรษัทภิบาล สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ทนต่อการทุจริต อีกทั้งการดำเนินธุรกิจจะคำนึงถึงหลัก ESG (Environment, Social and Governance) สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมหรือโครงการต่าง ๆ เพื่อดูแลคนไทย ดูแลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการกรุงไทยรักชุมชน โครงการ UNDP กรุงไทยรักเกาะเต่า 

       ผมเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 2 Banking Models ด้วยแผน 5 ยุทธการฝ่าวิกฤติดังกล่าว จะช่วยให้ธนาคารสามารถดำรงบทบาทการเป็นธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศ มีคุณภาพของสินทรัพย์ที่ดี มีเสถียรภาพ มีส่วนร่วมในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่สังคมไร้เงินสดตามนโยบาย Thailand 4.0 สามารถปรับตัวได้ดีในการก้าวเข้าสู่โลกแห่งอนาคต ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชนคนไทยและผู้ประกอบการไทย ช่วยสร้างเสริมศักยภาพการแข่งขันด้าน Digital Banking ของธนาคาร และยกระดับความเชื่อมั่นของสาธารณชน (Public Trust) ส่งผลให้ธนาคารกรุงไทยเติบโตและอยู่เคียงข้างคนไทย ได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน


นายผยง  ศรีวณิช
กรรมการผู้จัดการใหญ่