สารจากประธานกรรมการ
และกรรมการผู้จัดการใหญ่

สารจากประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่

สารจากประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่
"ธนาคารกรุงไทย มีการพัฒนาขึ้นในหลายด้านโดยเฉพาะด้านภาพลักษณ์การเป็น  ธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่ล้ำสมัย

       ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานกรรมการธนาคารกรุงไทยคนใหม่ ซึ่งที่ผ่านมา ธนาคารกรุงไทยมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นอย่างเด่นชัดในหลายด้าน โดยเฉพาะในด้านของภาพลักษณ์การเป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่ล้ำสมัย สามารถผลักดันประเทศให้ก้าวสู่สังคมไร้เงินสด ตามนโยบาย Thailand 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีส่วนสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวผ่านโครงการชิมช้อปใช้ มีบริการทางการเงินที่สามารถตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า ตลอดจนมีช่องทางการให้บริการที่หลากหลายและครอบคลุมทั่วประเทศ
       อย่างไรก็ดี ในภาวะที่ปัจจัยแวดล้อมการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ทำให้ธนาคารไม่อาจที่จะหยุดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้เพื่อให้ธนาคารสามารถบรรลุพันธกิจได้อย่างครบถ้วนและยั่งยืน อันได้แก่
  • การดูแลและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและระบบงาน โดยบุคลากรของธนาคารจะต้องมีการยกระดับทักษะเดิมที่มีอยู่และเพิ่มทักษะใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนให้มีองค์ความรู้ ทักษะที่พร้อมรับกับเทคโนโลยีและระบบงานใหม่ๆ รวมถึงการแข่งขันและคู่แข่งใหม่ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินเท่านั้น
  • การให้บริการและคำแนะนำที่มีคุณค่าแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง  โดยนอกจากธนาคารจะนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุด และเหมาะสมกับทุกความต้องการของลูกค้าอย่างมีคุณภาพแล้ว ยังต้องเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรมด้วย
  • ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยดำเนินกิจการที่คำนึงถึงหลักการจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล
  • สร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยธนาคารต้องบริหารความเสี่ยงอย่างสมดุล และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
       ในนามของคณะกรรมการธนาคาร ผู้บริหาร พนักงาน และบริษัทในเครือ ผมขอขอบพระคุณท่านผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ได้มอบให้กับธนาคารกรุงไทยเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะยังให้การสนับสนุนธนาคารอย่างต่อเนื่องและตลอดไป

นายประสงค์ พูนธเนศ
ประธานกรรมการธนาคาร
(ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2563)


"กรุงไทยประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คู่ขนานเรือบรรทุกเครื่องบิน และสปีดโบ๊ท"

       ท่ามกลางภาวะแวดล้อมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและรวดเร็ว ปัจจัยลบที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น สงครามการค้าสหรัฐอเมริกาและจีน ความท้าทายมากมายจากรอบด้านในยุค Digital Disruption ธนาคารทุกแห่งจำเป็นต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น การมุ่งสู่ Open Banking การยกระดับเทคโนโลยี การสร้างพันธมิตรกับ FinTech ต่างๆ สร้าง Platform และระบบนิเวศ (Ecosystem) รวมไปถึงการทำ Digital Transformation เพื่อปรับองค์กรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในปัจจุบันและอนาคต
       ในปี 2562 ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ จึงได้เร่งดำเนินการตามยุทธศาสตร์พิชิตภูเขา 3 ลูก ได้แก่ การซ่อมสร้างพื้นฐาน การต่อยอดธุรกิจ และการมุ่งสู่ Open Banking รวมถึงการสร้าง Platform เพื่อดึงลูกค้าเป้าหมายเข้าสู่ระบบนิเวศของธนาคาร และลงทุนตามแผนงานด้านไอที (IT Master Plan) ด้วยวงเงินกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธนาคารและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบวงจรและมี ประสิทธิภาพสูงสุด
       ผลการดำเนินงานท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ธนาคารรักษาความสามารถในการทำกำไรบนความเสี่ยงที่เหมาะสมและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับงบดุล ดังจะเห็นได้จาก กำไรสุทธิ (เฉพาะธนาคาร) ในปีที่ผ่านมาจำนวนกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และธนาคารได้รักษาระดับอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ 125-130% รวมถึง Credit Cost และ NPL Formation ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังได้ปรับการเติบโต ของสินเชื่อโดยเน้นที่ความสมดุลของผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของธนาคาร การควบคุมการเติบโตของ NPL เพื่อที่ธนาคารจะสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้เหมาะสม และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ในส่วนของยุทธศาสตร์ด้านการซ่อมสร้างพื้นฐานและต่อยอดนั้น ธนาคารได้ให้ความสำคัญ ทั้งด้านกระบวนการและพนักงาน เช่น การปรับจำนวนสาขา และอัตรากำลังให้เหมาะสม รวมไปถึงการฝึกอบรมทักษะใหม่ๆ การยกระดับกระบวนการอนุมัติสินเชื่อรายใหญ่ การลด การใช้กระดาษ (Paperless Organization) ด้วยการทำ Digitization ซึ่งทั้งหมดจะนำไปสู่การลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต
       นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา ธนาคารยังได้ดำเนินการยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง ได้แก่ โครงการชิมช้อปใช้ ที่ธนาคารกรุงไทยได้เข้าไปสนับสนุนทั้งในด้านของแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์ม ได้แก่ แอปพลิเคชันเป๋าตังและถุงเงิน รวมถึงเครื่อง EDC ส่งผลให้มีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันทั้งสองของธนาคารจำนวนกว่า 12 ล้านคน รวมถึงร้านค้าทุกระดับ ตั้งแต่รากหญ้าจนถึงกิจการขนาดใหญ่รวมกว่า 180,000 รายทั้งหมดได้เข้ามาสู่ระบบนิเวศของธนาคาร และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายเม็ดเงินสู่ฐานราก
       นอกจากนี้ ยังมีโครงการความร่วมมืออื่นๆ ทั้งโครงการที่เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารกรุงไทยและรัฐบาลในฐานะลูกค้ารายใหญ่และพันธมิตรทางธุรกิจ และโครงการร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ที่มุ่งเน้นการสร้าง Platform และ นำลูกค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศของธนาคาร ได้แก่ โครงการบล็อกเชนกระทรวงการคลัง โครงการคืนภาษีนักท่องเที่ยว (VAT Refund for Tourists) โครงการ e-GP ของกรมบัญชีกลาง ฯลฯ และธนาคารยังได้ขยายระบบนิเวศทั้ง 5 ที่เป็นยุทธศาสตร์ ได้แก่ ระบบนิเวศภาครัฐ ระบบนิเวศการชำระเงิน ระบบนิเวศการรักษาพยาบาลและสุขภาพ ระบบนิเวศสถาบันการศึกษาและนักเรียน และระบบนิเวศระบบขนส่ง ผ่านโครงการ Digital Student Loan โครงการ e-Court โครงการติดตั้งเครื่อง EDC บนรถโดยสารขสมก กว่า 3,000 คัน โครงการ Smart Hospital และอื่นๆ ซึ่งทำให้ ณ ปัจจุบัน ธนาคารมีฐานลูกค้าจากทุกโครงการ ที่ได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2558 ครอบคลุมเกือบ 50% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ


       สำหรับในปี 2563 ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ธนาคารกรุงไทยจึงได้มียุทธศาสตร์การขับเคลื่อนองค์กร 2 รูปแบบในลักษณะคู่ขนาน ได้แก่ เรือบรรทุกเครื่องบิน (Carrier) และเรือเร็ว (Speedboat) โดย เรือบรรทุกเครื่องบิน จะเป็นองค์กรขับเคลื่อนธุรกิจหลักของธนาคาร ทั้งด้านสินเชื่อ เงินฝาก ค่าธรรมเนียมและอื่นๆ รวมถึงการพัฒนา Krungthai NEXT ให้เป็นแอปพลิเคชันที่ตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้า และ เรือเร็ว จะเป็นองค์กรใหม่ที่มุ่งเน้นการสร้างโมเดลทางธุรกิจใหม่ การสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ในลักษณะระบบเปิด (Open Banking) บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยที่แพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชันของธนาคารจะถูกสนับสนุนด้วย AI Machine Learning และ Data Analytics ที่จะสามารถเข้าใจลูกค้า และตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ
       และการที่ธนาคารกรุงไทยสามารถสร้างฐานลูกค้าขนาดใหญ่ จะทำให้ธนาคารสามารถต่อยอดธุรกิจได้อีกมาก หนึ่งในนั้นคือ การต่อยอดธุรกิจจากคู่ค้าของลูกค้า (X2G2X) ที่เริ่มต้นจากลูกค้าหลักของ ธนาคาร เชื่อมโยงไปสู่ภาคธุรกิจที่เป็นคู่ค้าของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Distributor วิสาหกิจชุมชน ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจรถเช่า และอื่นๆ ในห่วงโซ่อุปทาน โดยเชื่อมโยงกันด้วยประสิทธิภาพของเทคโนโลยี เพื่อให้เข้ามาอยู่ในระบบนิเวศของธนาคาร ทำให้ธนาคาร สามารถนำเสนอบริการทางการเงินต่างๆ ได้อย่างตรงใจ และตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างแท้จริง และทั้งหมดนี้ จะเป็นการปูทางในการนำไปสู่การสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มของประเทศ (Thailand Digital Platform) ของคนไทย เพื่อคนไทยในอนาคตอันใกล้
       ธนาคารไม่เพียงมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพบริการ หากแต่ต้องการยกระดับคุณธรรมในองค์กรด้วย โดยจะเพิ่มความเข้มข้นของโครงการ กรุงไทยคุณธรรม เพื่อสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้าน ทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) รวมทั้งให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) ซึ่งจะดำเนินการใน 3 แนวทาง คือ (1) แปลงคุณธรรมให้เป็นเรื่องที่จับต้องได้ ผ่านโครงการ Compliance Champion และโครงการหนึ่งหน่วยงาน หนึ่งแผนความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ปัญหาที่อยากแก้ ความดีที่อยากทำ” โดยให้ทุกกิจกรรมต้องคำนึงถึงหลัก ESG (Environment, Social and Governance) (2) ให้กรุงไทยคุณธรรม อยู่ใน DNA ของคนกรุงไทย (3) ให้กรุงไทยคุณธรรมเป็น Mission องค์กร ไม่ใช่แค่โครงการ
       ด้วยแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนองค์กรควบคู่กับการสร้าง DNA กรุงไทยคุณธรรมดังกล่าว ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าจะสนับสนุนให้ธนาคารกรุงไทยสามารถเติบโตเคียงคู่เศรษฐกิจไทย และช่วยให้ “คุณ” ทั้ง 4 ซึ่งประกอบด้วยลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น และคนไทยทุกคน ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความสุขและยั่งยืน ให้สมกับคำว่า Krungthai Better Life Everyday

นายผยง ศรีวณิช
กรรมการผู้จัดการใหญ่