รายงานความยั่งยืน

"หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการธนาคารคือ การสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจภายใต้ 5 Ecosystem"

       เป็น 5 กลุ่มยุทธศาสตร์เป้าหมาย และมีส่วนสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ และจากจุดแข็งในการให้บริการทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ผ่านโครงการสำคัญๆ ของภาครัฐทำให้ธนาคารสามารถสร้างแพลตฟอร์มใหญ่ที่สุดในประเทศ ส่งผลให้ธนาคารมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่มีประโยชน์ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนโครงการภาครัฐให้มีปรสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ระบบนิเวศทางเศรษฐกิจภายใต้ 5 Ecosystem
กลุ่มการชำระเงิน
กลุ่มการชำระเงิน
กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ
กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ
กลุ่มสถาบันการศึกษา
กลุ่มสถาบันการศึกษา
กลุ่มการรักษาพยาบาลและสุขภาพ
กลุ่มการรักษาพยาบาลและสุขภาพ
กลุ่มระบบขนส่ง
กลุ่มระบบขนส่ง

กลุ่มการชำระเงิน

โครงการ National e-Payment
ธนาคารได้มีส่วนร่วมดำเนินโครงการ National e-Payment ที่เริ่มต้นด้วยระบบ PromptPay เพื่อปฏิวัติระบบโอนเงินอิเล็กทรอนิสก์ทั้งประเทศให้มีความเชื่อมโยงกัน บริการ e-Donation “กรุงไทย เติมบุญ” โดยเป็นธนาคารแรกที่สามารถออกใบอนุโมทนาบุญอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที นอกจากนี้ ยังติดตั้ง QR-Code Payment และเครื่อง EDC กว่า 73,000 เครื่องทุกตำบลทั่วประเทศ รวมถึงพัฒนาแอปพลิเคชันถุงเงิน ให้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ รับชำระค่าสินค้าจากผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 200,000 แห่ง และพัฒนาแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในลักษณะ Open Platform เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลเพื่อโอนเติมจ่าย และถูกนำมาใช้สนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลในหลากหลายโครงการ โดยไม่ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย ที่มีผู้ใช้ถึง 15 ล้านคน เพื่อร่วมผลักดันการใช้จ่ายของประเทศให้ก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง
ถุงเงิน

กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ

ธนาคารได้นำแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง และเทคโนโลยีชั้นสูงมาพัฒนาบริการทางการเงินเพื่อ เชื่อมโยงภาครัฐกับประชาชนให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ครอบคลุม และปราศจากการรั่วไหล ผ่านโครงการต่างๆ เช่น

"พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น “ยิ่งออมยิ่งได้” ผ่านวอลเล็ต สบม."
ธนาคารได้ร่วมมือกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น “ยิ่งออมยิ่งได้” ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ด้วยวงเงิน 10,000 ล้านบาท กำหนดเงินเริ่มลงทุนขั้นต่ำเพียง 100 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ รับดอกเบี้ยสูงสุดถึง 2.20% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยมีประชาชนให้ความสนใจซื้อพันธบัตรจำนวน 11,874 ราย และสามารถขายหมดได้ในเวลา 2 ชั่วโมง 45 นาที สะท้อนถึงศักยภาพของระบบแอปพลิเคชันเป๋าตัง ที่สามารถรองรับการทำธุรกรรมได้จำนวนมากกว่า 50,000 รายการต่อวินาที คิดเป็น 3 ล้านรายการต่อนาที
ทั้งนี้ การขายพันธบัตรดังกล่าว ถือเป็นการขายผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ครั้งที่ 4 ซึ่งทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา มีประชาชน 26,110 คน ให้ความสนใจซื้อพันธบัตร วงเงินรวมทั้งหมด 10,200 ล้านบาท โดยการขายพันธบัตรบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง เป็นการเพิ่มความสะดวก ลดการใช้กระดาษ และลดความเหลื่อมล้ำให้กับการประชาชนทุกวัยให้สามารถเข้าถึงแหล่งการออมได้ด้วยความเท่าเทียม ด้วยแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ที่มีความปลอดภัย รวมถึงสามารถทราบถึงข้อมูลการซื้อขายได้แบบ Real – Time
“ชิม ช้อป ใช้”
เป็นโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยว ที่ธนาคารได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ให้รัฐบาลสามารถใช้เป็นช่องทางในการโอนเงินสนับสนุนให้กับประชาชน ร้านค้า ผู้ประกอบการ SME ที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 15 ล้านราย มีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 1.8 แสนร้านค้า และสร้างการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจประมาณ 1.4 แสนล้านบาท
ชิมช้อปใช้
“เราเที่ยวด้วยกัน”
มาตราการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ที่ธนาคารกรุงไทยได้พัฒนาเว็บไซต์ให้นักท่องเที่ยว และร้านค้าได้ลงทะเบียน โดยภาครัฐจะสนับสนุนค่าโรงแรม ค่าใช้จ่ายและตั๋วเครื่องบินผ่าน G-Wallet บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ที่เป็นระบบเปิด สามารถเชื่อมต่อกับระบบชำระเงินและธนาคารต่างๆ ได้
เราเที่ยวด้วยกัน
“คนละครึ่ง”
อีกหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อย หาบเร่ แผงรอย และผู้ประกอบการทั่วไป โดยธนาคารกรุงไทยได้พัฒนาเว็บไซต์ ให้ประชาชน และร้านค้าลงทะเบียน เพื่อให้รัฐบาลสามารถโอนเงินช่วยจ่ายค่าซื้อสินค้าให้ 50% ผ่าน G-Wallet บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ช่วยเหลือการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ ในเฟสที่ 1 มีคนทะเบียนกว่า 15 ล้านคน มีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 1 ล้านร้านค้า และเกิดเงินหมุนเวียนมากว่า 45,000 ล้านบาท
คนละครึ่ง
“เราไม่ทิ้งกัน”
ธนาคารได้พัฒนาเว็บไซต์ลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อให้ความช่วยเหลือคนทำงานอิสระได้ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือในช่วงโควิท -19 โดยเงินช่วยเหลือจะถูกโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ แอปพลิเคชันเป๋าตัง ให้กับประชาชนที่ได้รับสิทธิมากกว่า 15 ล้านคน
เราไม่ทิ้งกัน
“One Baht Bond”
ธนาคารกรุงไทยได้ร่วมมือกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบม.) จัดจำหน่าย วอลเล็ต สบม. (วอลเล็ตสะสมบอนด์มั่งคั่ง) ซึ่งเป็นการซื้อขายพันธบัตรแบบดิจิทัล เป็นครั้งแรกของประเทศไทยผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง แบบไร้ใบตราสาร (Script less) โดยมีการนำเทคโนโลยี Blokchain มาใช้ดำเนินการ และได้ออกแบบการซื้อขายพันธบัตรให้เป็นแบบรวมศูนย์ ทำให้การจำหน่ายมีประสิทธิภาพ โปร่งใส รวดเร็ว สามารถซื้อขายได้แบบ real-time นอกจากนี้ ดอกเบี้ยจากการถือพันธบัตรจะถูกโอนเข้าวอลเล็ตโดยอัตโนมัติ และผู้ถือสามารถซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลกับตลาดรองผ่านวอลเล็ตได้
one baht bond
“Vat Refund for Tourists ”
ธนาคารกรุงไทยได้ร่วมมือกับกรมสรรพากร กรมศุลกากร และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พัฒนา แอปพลิเคชันมือถือ Thailand VRT ด้วยการนำระบบเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เข้ามาใช้เพื่อให้บริการอำนวยความสะดวกคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยวได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย รวดเร็ว และตรวจสอบได้ นอกจากนี้ ได้พัฒนเว็บไซต์ เพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อมูลและยืนยันสถานะสินค้าที่ได้มีการนำออกนอกประเทศ และเปิด API ให้ร้านค้าสามารถส่งข้อมูลการซื้อสินค้าและบริการของนักท่องเที่ยวเข้าสู่ระบบเพื่อการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรได้
“ไทยชนะ ”
ธนาคารกรุงไทยได้พัฒนาแพลทฟอร์ม (แอปพลิเคชันมือถือ) ไทยชนะ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาบูรณาการสร้างวิถีใหม่ (New Normal) ให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า และประชาชนเช็คอิน และเช็คเอาต์สถานที่ต่างๆ ทำให้มีข้อมูลที่แม่นยำในการบริหารจัดการและป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไทยชนะ
“ระบบศาลดิจิทัล E-Filing”
ธนาคารกรุงไทยได้ร่วมมือกับสำนักงานศาลยุติธรรม พัฒนาระบบการยื่นคำฟ้องอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) Version 3 เพื่ออำนวยความสะดวกในกระบวนการยุติธรรม โดยทนายความสามารถยื่นคำฟ้องผ่านเว็บไซต์ ยื่นคำให้การ ขอคัดถ่าย และดูเอกสารในสำนวนคดีผ่านระบบโดยไม่ต้องมาที่ศาล อีกทั้งชำระค่าธรรมเนียมของสำนักงานศาลยุติธรรมได้ครบวงจร
ระบบศาลดิจิทัล E-Filing
“E-Withholding Tax”
ธนาคารกรุงไทย และสถาบันการเงิน 10 แห่ง ได้เข้าร่วมโครงการระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Withholding Tax) ด้วยการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อความสะดวกแก่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง เล็ก และผู้เสียภาษี โดยให้สถาบันการเงินหรือธนาคารเป็นตัวกลางดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทนกรมสรรพากร ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอน ต้นทุน ภาษี เวลา และมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สามารถจำกัดสิทธิการเข้าถึงและการเปิดเผยข้อมูลได้
E-Withholding Tax

กลุ่มสถาบันการศึกษา

Smart University Application
ธนาคารได้ร่วมมือกับ 5 มหาวิทยาลัยใน 5 ภูมิภาค ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลับขอนแก่น และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พัฒนา University Application เชื่อมโยงระบบธุรกรรมดิจิทัลกับทุกกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยไว้ในที่เดียว และเตรียมเชื่อมต่อ Digital Healthcare ไปยังโรงพยาบาลในมหาวิทยาลัย เชื่อมโยงข้อมูลบัญชีและการบริหารจัดการหอพักกับหน่วยงานในกลุ่มมหาวิทยาลัยและการศึกษาผ่าน Krungthai Dormitory Application เพื่อขับเคลื่อนสู่มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ นอกจากนี้ ธนาคารได้ร่วมมือกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) พัฒนาระบบกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแบบดิจิทัล (DSL) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้กู้ และผู้ค้ำในรูปแบบ Paperless และ Digital ID

กลุ่มการรักษาพยาบาลและสุขภาพ

“SMART Hospital ”
ธนาคารกรุงไทยได้ร่วมยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศ เชื่อมโยงระบบดูแลสุขภาพแบดิจิทัลเพื่ออนาคตในโครงการ Smart Hospital ร่วมกับโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยใช้เทคโนโลยีมาบูรณาการแบบครบวงจรนำร่องที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ประกอบด้วย ระบบ Self Check-in, เครื่องตรวจร่างกายอัตโนมัติ, AI Chatbot อัจฉริยะ เพื่อช่วยคัดกรองผู้ป่วย โดยใช้ระบบการสั่งงานด้วยเสียง, Telemedicine หาแนวทางการดูแลรักษาในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องพบแพทย์เฉพาะทาง ผ่านระบบ VDO Conference, HIE Blockchain ระบบการบริหารจัดการข้อมูลพื้นฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และระบบ Self Payment ตรวจสอบสิทธิ์การรักษาพยาบาลก่อนชำระเงินได้แบบ real-time
“Krungthai Digital Health Platform”
ธนาคารกรุงไทยได้ร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พัฒนาระบบสารสนเทศ Krungthai Digital Health Platform ที่อยู่บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อให้บริการ “งบสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค” (PP Disruptive Model) อำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้ขึ้นทะเบียนบัตรทอง และประชาชนที่ได้รับสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ให้เข้าถึงบริการด้านสุขภาพ (ครอบคลุมสิทธิเสริมสร้างสุขภาพป้องกันโรคมากถึง 16 รายการจากทั้งหมด 18 เช่น วัคซีนป้องกันโรคตามฤดูกาล วัคซีนในเด็ก การฝากครรภ์) ซึ่งเป็นสิทธิการรักษาพยาบาลของภาครัฐที่มอบให้กับประชาชน โดยสามารถทำการลงทะเบียนตรวจสอบสิทธิ และใช้สิทธิประโยชน์จากหน่วยบริการ บันทึกผลการให้บริการและส่งเคลมค่าใช้จ่ายไปยัง สปสช. โดยทาง สปสช. สามารถใช้ระบบ Krungthai Corporate Online อนุมัติ และโอนเงินค่าใช้จ่ายไปยังหน่วยบริการ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 10 วัน โดยใน Phase 1 มีประชาชนเข้าร่วมโครงการได้ประโยขน์กว่า 10 ล้านคน และ Phase 2 จะครอบคลุมประชากรมากถึง 65 ล้านคนทั่วประเทศ
้
“ไทยร่วมใจ กรุงเทพปลอดภัย”
เพื่อผนึกกำลังป้องกันโควิด-19 ด้วยการกระจายฉีดวัคซีน ให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเป็น “พื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาดสูงสุด”
ธนาคารกรุงไทย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ไทยร่วมใจ กรุงเทพปลอดภัย” ซึ่งเป็นผนึกความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และภาคีภาคเอกชนอีกมากมาย ในการอำนวยความสะดวกที่จะเร่งดำเนินการฉีดวัคซีน COVID-19 ในพื้นที่ กทม เป็นการร่วมมือกันทั้งกับธนาคารกรุงไทย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) Accenture และIBM ในการเสริมระบบ Digital Platform กับฐานข้อมูลเดิมของรัฐบาลที่ทางกระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช ได้พัฒนาไว้ เช่น เราไม่ทิ้งกัน ม.33 เรารักกัน คนละครึ่ง กระเป๋าสุขภาพ เป็นต้น จะเป็นการอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนฉีดวัคซีน ง่ายต่อการบริหารจัดการ เป็นระบบ End-to-end ที่ใช้กระดาษน้อยที่สุด เน้นประสิทธิภาพในการเร่งฉีดที่ศูนย์ฉีดนอกโรงพยาบาลในพื้นที่ กทม.เป็นการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ตามนโยบายของนายยกรัฐมนตรี และที่สำคัญที่สุดข้อมูลก็จะไปรวมกับข้อมูลของกระทรวงสาธาณณสุข จะไม่สร้างความสับสนและสามารถบูรณาการต่อยอด เข้าถึงได้ทุกภาคส่วน โปร่งใส ตรวจสอบได้ ระบบมีความยืดหยุ่น สามารถปรับตามประเภทของวัคซีน และสถานที่ฉีดได้ตามปริมาณของวัคซีนที่จะถูกจัดสรรให้กับสถานที่ฉีดนอกโรงพยาบาลในพื้นที่ กทม. 25 จุดทั่วกรุงเทพ
ไทยร่วมใจ กรุงเทพปลอดภัย

กลุ่มระบบขนส่ง

“Krungthai Payment gateway ”
ธนาคารได้ดำเนินการติดตั้งระบบรับชำระเงินด้วย QR Code และเครื่องอ่านบัตรแบบมือถือบนรถโดยสาร ขสมก. จำนวน 3,000 คัน เชื่อมระบบชำระค่าตั๋วโดยสารรถไฟออนไลน์ด้วย Krungthai Payment gateway แห่งแรกแห่งเดียวของประเทศไทย ติดตั้งเครื่อง EDC กว่า 140 เครื่องและ QR Code เพื่อรับชำระเงินที่จุดจำหน่ายตั๋วโดยสาร 56 สถานีทั่วประเทศ ออกบัตรแมงมุมสำหรับเดินทางรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคลและสายฉลองรัชธรรม ออกบัตร M-Pass และ แอปพลิเคชัน M-Pass ที่สามารถเติมเงินแบบ Cross Bank Bill Payment ผ่าน QR Code บนแอปพลิเคชันมือถือ รวมทั้งพัฒนาระบบชำระเงินค่าผ่านทางพิเศษให้สะดวกรวดเร็วขึ้นในโครงการ Tab & Go โดยใช้บัตรเครตดิตที่เป็น Contactless แตะเครื่องอ่านที่ตู้เก็บเงินได้ทันที และเตรียมออกบัตร Dual Chips ที่รวมบัตรเดบิตและบัตรโดยสารสาธารณะไว้ในบัตรเดียว