รายงานความยั่งยืน

Invisible Banking


       ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ธนาคารได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการทางดิจิทัล ตามแนวคิดของ Digital Banking เพื่อตอบสนองกับวิถีชีวิต การดำเนินธุรกิจ และความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปให้ได้รับความสะดวก ประสิทธิภาพสูงสุด และปลอดภัย ดังนี้ 

เป๋าตัง

ในรอบปีที่ผ่านมาธนาคารได้พัฒนาแอปพลิเคชัน เป๋าตังในรูปแบบ Open Digital Platform เพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ ทั้งในส่วนของการกระตุ้นเศรษฐกิจ บรรเทาความเดือนร้อนจากวิกฤตโควิด 19 และเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งเป็นการตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยกระบวนการที่มีความโปร่งใส ไม่มีการคอร์รัปชันเพราะเป็นกระบวนการทางตรงที่ไม่มีตัวกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างครอบคลุม และเป็นกระบวนการ Paperless เช่น โครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” “คนละครึ่ง” “ชิมช้อปใช้” “เราเที่ยวด้วยกัน” ‘’One Baht Bond” “Krungthai Health Platform” โดยสามารถอ่านรายละเอียดการดำเนินงานได้ที่ การให้บริการทางการเงินอย่างครบถ้วนทั้งระบบ

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการบนแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ได้แก่

“Krungthai Gold Wallet” เพื่อเปิดโอกาสนักลงทุนทั่วไปเข้าถึงการลงทุนทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ได้แบบเรียลไทม์ ในเวลาที่ตลาดทองคำต่างประเทศเปิดทำการ โดยราคาซื้อขายอ้างอิงตามราคาตลาดโลก บนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ผ่านช่องทางออนไลน์ครบวงจร ตั้งแต่เปิดบัญชี เติมและแลกเงิน ซื้อและขายทองคำ ร่วมกับ MTS GOLD แม่ทองสุก ซึ่งเป็นผู้ให้บริการค้าทองคำ ตอบโจทย์การลงทุนยุคใหม่ และลดภาระการเก็บรักษาทองคำของผู้ลงทุน และไม่มีค่าธรรมเนียม

นักลงทุนสามารถซื้อขายทำกำไรจากราคาทองโลก โดยตัดหรือรับเงินในบัญชีดอลลาร์สหรัฐได้โดยตรง ซึ่งสามารถเปิดบัญชีสกุลเงินดอลลาร์เพื่อซื้อขายแบบออนไลน์ครบวงจร (eFCD) ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ถือเป็นบริการด้านการลงทุนแบบออนไลน์อย่างครบวงจร ที่จะช่วยสนับสนุนให้คนไทยสามารถทำการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ รวมทั้งบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศได้คล่องตัว ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน และมีทางเลือกในการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศที่หลากหลายขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการผลักดันให้เกิดระบบนิเวศใหม่ของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทย (FX Ecosystem) ในระยะยาว ทั้งนี้ จะเริ่มนำร่องให้บริการ วันที่ 25 ต.ค. 64

ทั้งนี้ บริการ Krungthai Gold Wallet ถือเป็นการต่อยอดจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของธนาคาร เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ( SDGs) สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนทุกกลุ่ม เพียงเงินลงทุนเพียง 6,000 บาท (0.1 ออนซ์) บนช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องเดินทางไปยังร้านทอง ไม่ต้องใช้เอกสาร มีความโปร่งใส ปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

ร่วมมือกับ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เสนอขายหุ้นกู้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ต่อประชาชน ซึ่งถือเป็นการซื้อขายหุ้นกู้ด้วยระบบดิจิทัลวอลเล็ต เต็มรูปแบบครั้งแรกในเอเชีย ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาตลาดทุนไทย เพื่อยกระดับศักยภาพของ Platform ให้สามารถบริการครอบคลุมกิจกรรมหลักในชีวิตของลูกค้าและประชาชนอย่างทั่วถึง ทั้งด้านบริการทางการเงิน สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ รวมถึงการออมและการลงทุน โดยธนาคารกรุงไทยยังให้บริการเป็นตัวกลางสำหรับตลาดรอง เพื่อให้นักลงทุนมีช่องทางการซื้อขายได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง ได้รับหุ้นกู้และได้รับเงินทันที

โดยการเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลปตท.สผ. นั้น เป็นการต่อยอดจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของธนาคาร ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ( SDGs) ทั้งในด้านการนำนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนายกระดับตลาดทุนไทย นำเสนอบริการที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นผลิตภัณฑ์แบบ Scriptless ไม่ต้องใช้เอกสาร ลดการเดินทางไปสาขา ทำธุรกรรมบนแอปฯเป๋าตังได้ทันที ซึ่งเป็นช่องทางที่ประชาชนส่วนใหญ่คุ้นเคยมีผู้ใช้งานกว่า 33 ล้านคน ช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการลงทุนและการออมได้ทั่วถึง ลดปัญหาความเหลื่อมล้า มีระบบที่โปร่งใส ปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

นอกจากนี้ ด้วยเงินที่ระดมทุนได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลดังกล่าวเป็นสกุลเงินบาท ซึ่งจะไม่สอดคล้องกับสกุลเงินในการดำเนินงานของบริษัท ปตท.สผ. ที่มีการบริหารจัดการเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ธนาคารกรุงไทย และ บริษัท ปตท.สผ. จึงได้เข้าทำสัญญาอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน ที่มีการวัดผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล หรือ ESG-Linked Cross Currency Swap เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของตลาดทุนไทย ที่ให้การสนับสนุนความสำคัญด้าน ESG ให้ครอบคลุมถึงการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน

Krungthai NEXT

ธนาคารกรุงไทยได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “Krungthai NEXT” เพื่อก้าวสู่การเป็น The Full-scale Digital Banking โดยได้ใช้ระบบ Cloud Native ที่เป็นธนาคารแรกของประเทศไทย และใช้เทคโนโลยี 3S อันได้แก่ Scalability – รองรับการทำธุรกรรมการเงินที่พร้อมกันจำนวนมหาศาลในช่วงระยะเวลาเดียวกัน โดยปัจจุบันมีผู้ใช้ NEXT มากกว่า 10 ล้านคน Stability - มีความเสถียรใช้งานได้อย่างลื่นไหล และ Security – มีความปลอดภัยสูงสุดด้วยเทคโนโลยีระดับโลก และยังมีระบบต่างๆ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ได้แก่ 

  • เปิดบัญชีออมทรัพย์กรุงไทย NEXT Saving โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม และไม่ต้องมีวงเงินขั้นต่ำ

  • บริการซื้อประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และประกันเดินทาง 

  • e – Donation กรุงไทยเติมบุญ ที่สามารถสแกนเงินบริจาควัด โดยสามารถรับใบอนุโมทนาอิเล็กทรอนิกส์สำหรับลดหย่อนภาษีได้ทันที 

  • บริการจอง-ซื้อ ล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล 

  • มีระบบรองรับการใช้งานผ่านฟังก์ชันตัวช่วยการเข้าถึง เช่น Voice Over ของระบบ iOS หรือ Talk Back ของระบบ Android ทำให้ผู้พิการทางสายตาทำธุรกรรมทางการเงินได้เหมือนกับคนทั่วไป และยังมีฟังก์ชันที่ครอบคลุมบริการชำระค่าน้ำ และค่าไฟ 

  • มีบริการ Digital Lending เพื่อให้บริการมีความครอบคลุมกับประชาชนที่อยู่พื้นที่ห่างไกล
    โดยไม่ต้องใช้เอกสาร

  • สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน เช่น ซื้อกองทุนรวม ซื้อหุ้น ซื้อประกัน และสามารถยื่นคำขอตรวจสอบเครดิตบูโร

  • ใช้ระบบ Face Authentication เพื่อยืนยันตัวตน เพื่อความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล 

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai NEXT

Krungthai Connext 

เป็นบริการแจ้งเตือนเงินเข้า-ออกบัญชีกรุงไทยผ่าน LINE รวมถึงบริการเสริมต่างๆ ของธนาคารด้วยการนำเทคโนโลยี Chatbot มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ เช่นการเช็คยอดเงินในบัญชี และบัตร Krungthai Travel Card การจองคิวสาขา การค้นหา ATM และสาขาใกล้ตัวโดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการมากกว่า 7 ล้านคน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Connext