เรียนรู้การเงิน

ปลดหนี้บัตรเครดิต ทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด
อัพเดทวันที่ 17 ก.ย. 2563

“เป็นหนี้บัตรเครดิต” โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีหนี้บัตรเครดิตแตะหลักหมื่น หลายคนอาจเกิดอาการสับสน รู้สึกผิดที่ปล่อยตัวเองให้มาถึงจุดนี้ รู้สึกอาย ไม่กล้าปรึกษาใคร เมื่อเริ่มจะจ่ายไม่ไหว ก็กลุ้มใจ กลัวเสียประวัติ อยากแก้ไข แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร

5 ขั้นตอนในบทความนี้ช่วยคุณได้

1. ขอบคุณตัวเองที่รู้สึกตัวตั้งแต่วันนี้ และอยากแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิต

คุณรู้ไหมว่า.. มีคนจำนวนมากที่รู้ตัวช้าจนทำให้จำนวนหนี้สูงมาก และมีอีกจำนวนมากเช่นกันที่ไม่คิดอยากแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิต คุณคือคนส่วนน้อยที่มีความรับผิดชอบกล้าหาญ และรักตัวเองมากพอที่จะไม่ปล่อยให้ปัญหาใหญ่กว่านี้ 

การลงมือแก้ไขปัญหาแต่เนิ่นๆ ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการเสียประวัติเครดิตบูโร ซึ่งนั่นจะทำให้คุณสามารถไปทำธุรกรรมขอวงเงินที่จำเป็นต้องใช้สำหรับในอนาคต เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ ทำธุรกิจได้

2. ไม่เสียประวัติ ถ้าจ่ายหนี้ตรงเวลาทุกเดือน

การเสียประวัติ จะเกิดขึ้นเมื่อเรา “ผิดนัดชำระหนี้” ดังนั้น ต่อให้เรา “จ่ายขั้นต่ำ” แต่ถ้าจ่ายตรงเวลาทุกเดือน ก็ไม่เสียประวัติ หัวใจสำคัญของการรักษาประวัติ คือ การไม่ผิดนัด ต้องจ่ายทุกเดือน ทีนี้ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อเราเกิดอาการ “จ่ายหนี้ขั้นต่ำไม่ไหว” เช่น ยอดหนี้พุ่งไปที่ 80,000 บาท (อาจเกิดจากการก่อหนี้สะสมหลายๆ บัตรรวมกัน) ทำให้ต้องจ่ายขั้นต่ำ 10% คือ 8,000 บาท ต่อเดือน แต่เราจ่ายหนี้จำนวนเท่านี้ไม่ไหว จ่ายแล้วเราไม่เหลือเงินพอใช้จ่าย

หัวใจของการแก้หนี้บัตรเครดิตแบบไม่เสียประวัติ คือ  ต้องทำให้เรา “จ่ายไหว และไม่ผิดนัด” นั่นคือต้องไปทำให้จำนวนเงินที่จ่ายหนี้ต่อเดือน.. เป็นจำนวนที่เราจ่ายไหวและจ่ายได้ทุกเดือนต่อเนื่องจนกว่าจะหมดหนี้

3. ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ หนี้หลักหมื่นแก้ไม่ยากอย่างที่คิด

จริงอยู่ว่าหนี้หลักหมื่นนั้นไม่น้อย แต่ไม่ว่าจะกี่หมื่นก็สามารถหมดได้ถ้าคุณตั้งเป้าหมายและมุ่งมั่นที่จะทำให้หมดไป ซึ่งหนี้จะหมดเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับความทุ่มเท ลองคำนวณง่ายๆ โดย

  • รวบรวมยอดเงินต้นของหนี้บัตรเครดิตที่มีทุกใบเพื่อให้รู้ชัดเจนว่าเรามีหนี้เท่าไหร่กันแน่
  • คำนวณ ทำงบประมาณรายจ่ายอื่นๆ ที่เราจำเป็นต้องใช้ในแต่ละเดือน
  • รายได้ หักรายจ่ายจำเป็นแล้วเหลือเท่าไหร่ที่พอจ่ายหนี้ต่อเดือน
  • เลือกตั้งเป้าหมายจ่ายหนี้ให้หมดภายในกี่ปี เท่าที่เราไหว จำไว้ว่าจงเลือกจำนวนที่ไม่สูงเกินไปจนทำให้การเงินของเราตึง ไม่งั้นเกิดติดขัดขึ้นมา เราอาจต้องกลับไปเป็นหนี้บัตรเครดิตอีก

4. หาทางเลือก เลือกทางที่ใช่ ลงมือทำ

เมื่อผ่านขั้นตอนในข้อ 3 แล้ว ทีนี้เราก็มาหาทางเลือก แล้วลงมือทำกัน ถ้าหักรายจ่ายจำเป็นแล้วยังเหลือเงินพอจ่ายหนี้ให้หมดใน 10 เดือน ให้ทำดังนี้

  • หยุดใช้บัตรเครดิตก่อน 
  • จ่ายหนี้บัตรเครดิตด้วยจำนวนเงินที่ เท่ากันทุกเดือน ที่มากกว่ายอดขั้นต่ำ จนกว่าจะจ่ายหนี้หมด แทนวิธีการ “จ่ายตามยอดขั้นต่ำที่ต้องชำระ” ในแต่ละเดือน เนื่องจากยอดที่ต้องชำระขั้นต่ำนั้นจะคำนวณตามยอดหนี้คงเหลือ ซึ่งเมื่อเราทยอยชำระหนี้ไปเรื่อยๆ ภาระหนี้จะลดลงส่งผลให้ยอดชำระขั้นต่ำจะลดตามไปด้วย

ตัวอย่าง เช่น หนี้บัตรเครดิต 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยที่ 20% ถ้าเราตกลงจ่ายชำระ แบบคงที่” 5,000 บาทต่อเดือน (ประมาณ 10% ของยอดหนี้) แบบนี้เท่ากันไปเรื่อยๆ จะทำให้เราจ่ายหนี้หมดในเวลา 11 เดือน และดอกเบี้ยที่จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 4,167 บาท ถ้าเราจ่ายตามจำนวนที่ต้อง ชำระขั้นต่ำตาม statement เริ่มที่ 5,000 บาทและลดลงไปเรื่อยๆ ตามยอดหนี้คงค้าง โดยเดือนที่ 27 เป็นต้นไปจ่ายที่ 500 บาททุกงวด (ตามยอดชำระหนี้ขั้นต่ำสุดที่หลายๆ ธนาคารกำหนด) เราจะใช้เวลา 37 เดือน หรือ 3 ปี กว่าหนี้จะหมด และดอกเบี้ยที่จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 8,358 บาท

ถ้าหักรายจ่ายจำเป็นแล้วยังเหลือเงินพอจ่ายหนี้ให้หมดนานกว่า 10 เดือนคือ ต้องเป็น 1 ปีขึ้นไป มีทางเลือกในการหาเงินมาจ่ายหนี้ดังนี้

  • หากมีเงินฝากที่ออมเก็บไว้ ให้กันเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้สำหรับการใช้จ่าย 3-6 เดือน แล้วส่วนที่เหลือนำมาจ่ายหนี้บัตรเครดิต
  • หากมีของสะสมที่ขายต่อได้ และตัดใจได้ ก็ขายแล้วนำเงินมาจ่ายหนี้ ในอนาคตมีเงินเหลือแล้วค่อยซื้อสะสมต่อ
  • เปิดใจคุยกับครอบครัวถึงปัญหาหนี้บัตรเครดิต หากครอบครัวมีเงินช่วยสนับสนุนหรือให้ยืมก็นำมาแบ่งเบาภาระตรงนี้แล้วตกลงเรื่องของการจ่ายคืนกันให้เรียบร้อย
  • จำให้ขึ้นใจว่าเรากำลังพยายามแก้หนี้อย่างไม่เสียประวัติ ดังนั้น เราต้องทำให้ยอดหนี้ที่ต้องผ่อนจ่ายต่อเดือนลดลง จนถึงจุดที่เราจ่ายหนี้ไหวทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง หากจำเป็นต้องจ่ายดอกเบี้ยโดยรวมมากขึ้นก็ควรยอมรับผลของมันบ้าง เพราะเรากำลังต้องการแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตแบบไม่เสียประวัติ อย่าเป็นคนที่ไม่ยอมเสียอะไรเลยแถมแก้ปัญหาก็ไม่ได้

5. สร้างวินัยทางการเงิน รักษากำลังใจ ตลอดเส้นทางการจ่ายหนี้

  • เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าพฤติกรรมการใช้เงินแบบไหนที่เราจะไม่ทำอีก โดยไม่กล่าวโทษซ้ำเติมตัวเอง แต่เรียนรู้เพื่อเดินหน้าต่อ ใช้ชีวิตให้ดีขึ้น
  • รักษาเครดิต จ่ายหนี้ต่อเนื่องทุกเดือน
  • ทำงบประมาณ จดรายจ่าย คอยดูแลจัดการเรื่องเงินของตัวเอง
  • ไม่ซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็น รอคอยเป็น
  • หารายได้เพิ่มเมื่อมีโอกาส พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เมื่อมีรายได้เพิ่ม ก็มีโอกาสที่เราจะไปจ่ายหนี้ให้หมดเร็วขึ้นได้

สำหรับคนที่ตั้งใจแก้ปัญหา สร้างวินัยให้ตัวเองได้ การมีบัตรเครดิตไว้มีข้อดี คือ

  • ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด หรือการสะสมคะแนนเพื่อแลกของรางวัล สมัครบัตรเครดิต KTC คลิก

ส่วนการมีบัตรกดเงินสดไว้.. มีข้อดีดังนี้

  • มีวงเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินจำเป็น โดยเฉพาะคนที่เงินเก็บยังน้อยอยู่
  • มีวงเงินเพื่อใช้หมุนเวียนชั่วคราวในการค้าขายหรือทำธุรกิจ แบบที่ไม่ต้องไปยืมคนใกล้ตัวให้ลำบากใจ

ผ่อนทุกภาระหนักของคุณ ให้เบา ด้วยดอกเบี้ยเบาๆ เพียง 0.93%* ช่วยให้ทุกโอกาสเป็นจริงได้ กับ บัตรกดเงินสด KTC PROUD รับเงินก้อน ผ่อนเป็นงวด วงเงินสูง อนุมัติไวผ่อนได้นานสูงสุด 12 - 36 งวด

ใหม่ “รูดได้ ใช้แทนเงินสด หรือจ่ายค่าบริการต่างๆ”
*หมายเหตุ : ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 0.93% ต่อเดือน สำหรับยอดเงินโอนก้อนแรกแบบผ่อนชำระรายงวดตั้งแต่ 50,000  บาทขึ้นไป

 เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด