เรียนรู้การเงิน

รวมหนี้เป็นก้อนเดียว เคล็ดลับจ่ายดอกเบี้ยถูกลง พร้อมแนะนำสินเชื่อรวมหนี้

อัพเดทวันที่ 23 ก.ค. 2566

ชักหน้าไม่ถึงหลัง ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินที่หลายคนต้องเผชิญ ยิ่งในช่วงที่ต้องฟันฝ่าสภาวะทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน การกู้ยืมเงินหรือโอกาสในการเป็นหนี้เพิ่มก็มากขึ้นตามไปด้วย บางคนแบกภาระหนี้สินหนักจนเกินรับไหว กลายเป็นหนี้เสียที่ต้องเจอกับดอกเบี้ยผิดนัดชำระที่สูงกว่าเดิม เรียกได้ว่ายิ่งเลี่ยงก็ยิ่งจนมุม


“สินเชื่อรวมหนี้” คืออะไร

สินเชื่อรวมหนี้ คือการรวมหนี้ที่มีในมือไว้เป็นก้อนเดียวกัน เช่น การรวมหนี้บัตรเครดิต โดยทำการขออนุมัติกับสถาบันการเงินเพื่อนำเงินมาปิดหนี้ทั้งหมด แล้วค่อยผ่อนจ่ายเป็นหนี้ก้อนเดียวกับธนาคาร สามารถเลือกจำนวนงวดและเงินผ่อนได้ตามกำลัง วิธีการรวมหนี้นี้จะทำให้จ่ายดอกเบี้ยถูกลง และช่วยให้บริหารเงินได้ง่ายขึ้น แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสินเชื่อของสถาบันนั้น ๆ ด้วย


รูปแบบของการรวมหนี้

    แบ่งเป็น 3 รูปแบบคือ
  1. การรวมหนี้ในสถาบันการเงินเดียวกัน
  2. การรวมหนี้ระหว่างสถาบันการเงิน มักเป็นการโอนหนี้ย่อย ๆ จากหนี้ธนาคารหนึ่ง ไปรวมกับหนี้ของอีกธนาคารหนึ่ง
  3. การโอนหนี้ไปรวมไว้ที่สถาบันการเงินแห่งใหม่ ทั้งหนี้บ้านหรือหนี้อื่น ๆ


ข้อดีของการรวมหนี้

  1. อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงจากข้อเสนอสินเชื่อที่คุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนจากหนี้หลายก้อนเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่อัตราดอกเบี้ยดีกว่า หรือรวมหนี้เป็นก้อนเดียวกับสินเชื่อบ้าน เมื่อจ่ายหนี้แต่ละเดือนเงินต้นก็จะลดลงตามไปด้วย
  2. การรวมหนี้ทำให้บริหารจัดการเงินในกระเป๋าได้ง่ายขึ้น สามารถวางแผนใช้เงินได้มีประสิทธิภาพจากระยะเวลาการผ่อนชำระที่แน่นอน ยอดผ่อนที่น้อยลง รวมทั้งได้ผ่อนชำระในอัตราที่สามารถจ่ายไหว จึงปิดหนี้ได้ตามกำหนดเวลาแบบสบาย ๆ
  3. การรวมหนี้เป็นการรักษาประวัติข้อมูลเครดิต เพราะขอสินเชื่อรวมหนี้ได้สำเร็จ ก่อนที่หนี้เหล่านั้นจะกลายเป็นหนี้เสีย

ข้อดีของการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว


วิธีบริหารหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากการเป็นหนี้คือการวางแผนจัดการเงินอย่างดี อุดรอยรั่วในการใช้จ่าย ควบคู่ไปกับการบริหารหนี้อย่างชาญฉลาด ซึ่งสามารถทำตามได้จากเทคนิคดังต่อไปนี้

  1. รวบรวมหนี้ทั้งหมดจากทุกช่องทาง เพื่อให้รู้จำนวนหนี้ที่ต้องจ่าย ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในแต่ละเดือน ทำให้ทราบว่าหากต้องการกู้รวมหนี้เป็นก้อนเดียว จะต้องการวงเงินเท่าไหร่ และสินเชื่อรวมหนี้ที่ไหนที่ตอบโจทย์
  2. ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ ด้วยการนำรายได้ทั้งหมดที่ได้รับในแต่ละเดือน หักค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เพื่อดูว่าเราเหลือเงินสำหรับชำระหนี้เดือนละเท่าไหร่
  3. มองหาสินเชื่อรวมหนี้ที่เงื่อนไขดี คุ้มค่า และเหมาะกับความสามารถในการผ่อนชำระ ซึ่งทางเลือกในการรวมหนี้เป็นก้อนเดียวนั้นมีหลายทาง เช่น หากเรามีบ้านหรือรถ สามารถนำไปขอสินเชื่อบ้านหรือรถแลกเงินได้ หรือจะเลือกใช้สินเชื่อบุคคลก็ได้เช่นกัน

    สำหรับใครที่อยากรวมหนี้เป็นก้อนเดียว โดยใช้สินเชื่อส่วนบุคคลในการกู้รวมหนี้ ธนาคารกรุงไทยก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจและเหมาะกับคนทำงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งผู้ประกอบการและมนุษย์เงินเดือนทั่วไป

    สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ* สินเชื่อเงินก้อนอนุมัติไว ให้วงเงินกู้สูงสุด 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์​หรือผู้ค้ำประกัน เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีอายุกิจการมากกว่า 1 ปีขึ้นไป


    สินเชื่อกรุงไทยเปย์เดะ** สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับพนักงานที่รับเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ให้วงเงินกู้สูงสุด 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ผ่อนสบายเพียงหมื่นละ 8 บาท/วัน (คิดจากอัตราดอกเบี้ย MRR+7% = 14.32% ต่อปี ระยะเวลา 60 เดือน)

    สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ*** สินเชื่อกู้ง่ายสำหรับคนที่มีบัญชีเงินเดือนกับธนาคารกรุงไทย วงเงินกู้สูงสุดถึง 15 เท่าของเงินเดือนตาม MOU ที่หน่วยงานทำไว้กับธนาคาร ดอกเบี้ยต่ำคำนวณตามจำนวนเงินใช้จริง หรือจะเป็นสินเชื่อ

สำหรับคนที่มีภาระหนี้สินเกินแบกรับ และอยากรวมหนี้เป็นก้อนเดียว แน่นอนว่าสินเชื่อรวมหนี้คือทางออกของปัญหา ที่ช่วยให้เราปิดหนี้ได้ง่ายและเป็นไปตามแผนได้มากที่สุด แต่ต้องไม่ลืมว่านอกจากการกู้รวมหนี้แล้ว ความมีวินัยทางการเงินก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องมีอยู่เสมอระหว่างผ่อนชำระ เพราะต่อให้สินเชื่อจะมีข้อเสนอที่ดีอย่างไร แต่หากเราขาดวินัย ใช้จ่ายเกินความจำเป็นโอกาสเป็นหนี้ที่เพิ่มมากกว่าเดิมก็ย่อมต้องตามมาอีกแน่นอน



* กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
เงื่อนไขและเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด อัตราดอกเบี้ย 20-22%ต่อปี ผ่อนหมื่นละ 10 บาทต่อวัน (คิดจากเงินต้น 10,000 บาท ดอกเบี้ย 20%ต่อปี ดอกเบี้ยทั้งสัญญา 4,609 บาท ค่างวด 300 บาทต่อเดือน ผ่อน 60 เดือน)

** กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
เงื่อนไขและเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด อัตราดอกเบี้ย MRR+7%ต่อปี (MRR=7.57%ต่อปี ณ 1 ม.ค.67) อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ผ่อนหมื่นละ 8 ขอแก้ไขเป็น 17 บาทต่อวัน (คิดจากเงินต้น 15,000 บาท ดอกเบี้ย MRR=14.57%ต่อปี (MRR=7.57%ต่อปี ณ 1 ม.ค.67) ดอกเบี้ยทั้งสัญญา 3,697 บาท ค่างวด 500 บาทต่อเดือน ผ่อน 48 เดือน)

*** กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง MRR +3.50% ต่อปี ถึง MRR +9.00% ต่อปี | อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง MRR = 7.57% ต่อปี (ณ วันที่ 20 พ.ย. 66) | อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ | วงเงินสูงสุด 15 เท่า สำหรับกรณีที่หน่วยงานต้นสังกัดทำบันทึกข้อตกลงกับธนาคาร (MOU) | เงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด