โครงการ CSR

กรุงไทยรักชุมชนบ้านสนวนนอก
อัพเดทวันที่9 พ.ย. 2563
ชุมชนบ้านสนวนนอก

ทำไมต้องชุมชนบ้านสนวนนอก

ชุมชนบ้านสนวนนอก ตำบล สนวน อำเภอ ห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นชุมชนเขมรโบราณ มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและ ทอผ้าไหม ด้วยความรู้ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตผลิตไหม เริ่มตั้งแต่การปลูกหม่อน เก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหม การเลี้ยงไหม ให้อาหารตัวไหม การเลี้ยงไหมสาวไหม ไปจนถึงการฟอก ย้อม มัดหมี่ ทอผ้า แปรรูป กระทั่งถึงการสร้างสรรค์ ลวดลายต่างๆ บนผืนผ้าไหม ทั้งผลิตสินค้าจากทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น กระดิ่งไม้ ข้าวของเครื่องใช้จากกะลามะพร้าว จักสานเป็นต้น

ชุมชนบ้านสนวนนอก

ธนาคารกรุงไทยได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของชุมชน ที่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน คีย์เวิร์ดสำคัญของโครงการ CSR ในครั้งนี้คือ “ความยั่งยืน” จึงจับมือกับชุมชนบ้านสนวนนอก มอบองค์ความรู้ ให้คนในชุมชนสามารถนำไปพัฒนาและประยุกต์ใช้ กับทรัพยากรหรือผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ในชุมชน ภายใต้โครงการ “กรุงไทยรักชุมชนบ้านสนวนนอก” เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความเข้มแข็งให้กับการท่องเที่ยวของชุมชนได้ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำนวัตกรรมทางการเงินจากทางธนาคาร เช่น แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT, Krungthai Connext การแนะนำระบบบัญชีรายรับ-รายจ่าย การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อยกระดับสินค้าและมาตรฐานการท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น

Highlight กรุงไทยรักชุมชน
บ้านสนวนนอก

ผ้าไหมหางกระรอกคู่ ผ้าไหมลวดลายดั่งเดิม เอกลักษณ์โดดเด่นของผ้าไหมชุมชนบ้านสนวนนอก ที่เกิดจากการดำรงวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย สืบสานการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีขั้นตอนที่พิถีพิถันตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวเส้นใยไหมสีเหลืองทอง นำมาต้มเพื่อฟอกกาวออกจากเส้นไหม จนกลายเป็นไหมสีขาวนวลนิ่มเงางาม แต่หากอยากได้สีสัน ก็ต้องนำไปย้อม แต่ที่สำคัญจะต้องนำเส้นไหมไป “ตีเกลียว” คือการนำเส้นไหมสองสีมาพันเป็นเกลียวจนเป็นเส้นเดียว หรือ “ควบเส้น” จากนั้นค่อยนำไปทอเป็นผืนผ้า ซึ่งผ้าที่ทอออกมาก็จะมีสีสันเลื่อมลายเหลื่อมกันคล้ายกับหางกระรอก จึงเรียกผ้าทอลักษณะนี้ว่า “ผ้าหางกระรอก” อันเป็นภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวอีสานใต้นั่นเอง และได้ทางธนาคารกรุงไทย ช่วยเหลือด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และจัดหาช่องทางการจัดจำหน่าย ทำให้ชุมชนมีรายได้ที่มากขึ้น เกิดความยั่งยืนในชุมชน

 สามารถสั่งซื้อผ้าและจองการท่องเที่ยวได้ที่ https://www.facebook.com/BanSanuanNokVillage/

“ขนมตดหมา” ขนมท้องถิ่นหรือเรียกตามภาษาถิ่นว่า “เวือระพอม” เป็นอีกหนึ่ง hilight ที่อยากให้ทุกคนได้ลองชิมขนมตดหมาหน้าตาและรสชาติจะคล้าย ๆ ขนมจาก แต่จะมีความนุ่มหนึบมากกว่า และมีความหอมหวาน โดยมีส่วนผสมของแป้งข้าวเหนียว น้ำตาลโตนด น้ำตาลทรายแดง มะพร้าวทึนทึก ทั้งหมดนี้นำมาผสมกับน้ำเครือตดหมา พืชไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง หากนำต้นหรือใบมาขยี้แล้วลองดมก็จะรู้เลยว่ากลิ่นเหม็นคล้ายตด แต่เครือตดหมาเป็นสมุนไพรมากประโยชน์ ทั้งเป็นยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ กลิ่นเหม็นๆ นั้นยังช่วยระบายความร้อนในร่างกาย ช่วยขับลม ช่วยย่อย เป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาโรคดีซ่านและเบาหวานได้ ชาวบ้านนิยมนำมาปลูกใกล้บ้านเพื่อเก็บไว้กิน


แผนพัฒนากรุงไทยรักชุมชนบ้านสนวนนอก
ด้านความรู้ทางการเงิน
ด้านความรู้ทางการเงิน

• จัดอบรมการวางแผนทางการเงิน การลงบัญชี รายรับ-รายจ่าย
• แนะนำผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร มีการเปิดบัญชี และ ใช้ QR Code
• จัดทำสมุดบัญชี

ด้านการตลาด
ด้านการท่องเที่ยวและบริการ

• ปรับปรุงป้ายข้อมูลการปลูกม่อนเลี้ยงไหมภายในศูนย์การเรียนรู้ กลุ่มทอผ้าไหมบ้านสนวน
• ทำทางลาดห้องน้ำเพื่อคนพิการ
• ชุดแสดงรำตรด และเครื่องดนตรี

ด้านสินค้า
ด้านสินค้า

• พัฒนา Packaging
• สอนออกแบบและตัดเย็บชุดและกระเป๋า
• ปรับปรุงศูนย์การเรียนรู้ กลุ่มทอผ้าไหมบ้านสนวน

ด้านการตลาด
ด้านการตลาด

• ปรับปรุง Visibility
• การขายสินค้าผ่าน E-Commerce
• การประชาสัมพันธ์สินค้าชุมชนผ่าน Krungthai care

ด้านศิลปวัฒนธรรม
ด้านศิลปวัฒนธรรม

• ชุดแสดงรำตรด
• เครื่องดนตรี.

ด้านบริหารจัดการ
ด้านบริหารจัดการ

• เตาเผาขยะไร้ควัน
• จัดอบรมให้ความรู้โดยกรมการท่องเที่ยว
• จัดอบรมให้ความรู้โดย อพท.


ดาวน์โหลด
บ้านสนวนนอก
บ้านสนวนนอก
(0.06 MB) JPG